ทำ content แล้วไม่ประสบความสำเร็จ คุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่หรือเปล่า?

ทำ content แล้วไม่ประสบความสำเร็จ คุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่หรือเปล่า?

การ ทำ content แล้วไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีผลลัพธ์ใดๆ เกิดขึ้นตรงตามที่คาดหวังเลยสักครั้ง อาจทำให้ผู้ทำเกิดความท้อถอย และอยากจะล้มเลิกความตั้งใจได้ไม่น้อย  ซึ่งในหลายๆ ครั้งนั้น สาเหตุของความล้มเหลว อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยต่อไปนี้

นำเสนอแต่ในสิ่งที่เราต้องการ แต่กลุ่มเป้าหมายไม่ต้องการ แถมยังไม่มีความน่าสนใจ

การทำอะไรก็ตามที่มุ่งหวังผลตอบรับจากอีกฝ่าย การทำความเข้าใจ เพื่อที่จะทำในสิ่งที่ตอบโจทย์และตรงต่อความต้องการของพวกนั้นถือเป็นเรื่องพื้นฐานและหัวใจสำคัญ ซึ่งในการทำ content เองก็ไม่ควรที่จะมองข้ามไปเช่นกัน

ที่ผ่านมานั้น การทำ content แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ อาจจะเกิดจากการที่เราพยายามป้อน หรือใส่แต่ในสิ่งที่อยากจะให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้มากเกินไป จนลืมนึกไปว่า พวกเขาไม่ได้มีความสนใจ ไม่ได้อยากรู้ หรือต้องการในสิ่งที่นำเสนอเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ การลองเปลี่ยนมุมมอง โดยให้ตัวเราเองเป็นกลุ่มเป้าหมาย แล้ววิเคราะห์ดูว่าถ้าเป็นเราแล้วต้องการที่จะรับรู้อะไร อะไรที่ทำให้เราเกิดความสนใจได้ อะไรที่ทำให้เราไม่ชอบ เมื่อได้คำตอบแล้ว อาจจะทำให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและวางแผนที่จะผลิต content ได้ตอบโจทย์ยิ่งขึ้น  อีกทั้งการนำบทเรียนที่ผ่านมามาพัฒนา ปรับปรุง และวิเคราะห์ร่วมด้วย ก็จะช่วยให้สามารถทำอะไรได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน หากเรียนรู้ที่จะทำ  content ให้มีความโดดเด่นแตกต่าง ทั้งยังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองด้วยล่ะก็ นอกจากจะทำให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเกิดความสนใจแล้ว ยังทำให้พวกเขาเกิดการจดจำอีกด้วย

มองข้ามการซื้อโฆษณา                                                                       

เมื่อเรามี content ที่มีความแตกต่าง โดดเด่น หรือมีแนวโน้มว่าจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายอยู่ในมือแล้ว ก็ควรทำให้พวกเขามีโอกาสเห็นในสิ่งที่เราตั้งใจจะนำเสนอออกไปด้วย เพราะหากไม่สามารถปรากฏให้กลุ่มเป้าหมายจำนวนมากได้เห็นเลย ก็เท่ากับว่าสิ่งที่ลงทุนลงแรงทำไปนั้นไม่เกิดผลลัพธ์อะไร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในพื้นที่ออนไลน์นั้นมีคู่แข่งอยู่มากมาย อีกทั้งใน facebook เองก็ยังจำกัดจำนวนการเข้าถึงเพียง 1% (หรือน้อยกว่านั้น) ของยอด page Like เท่านั้น ฉะนั้นแล้ว ตัวช่วยที่จะทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมากจึงหนีไม่พ้นการโฆษณา

มือใหม่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการซื้อโฆษณา หรือ Boost Post นั้น ต้องเริ่มต้นด้วยการใช้เงินจำนวนมาก จึงมองข้ามและไม่สนใจ ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้ว การเริ่มต้นด้วยเงินเพียง 100 บาท ก็สามารถช่วยให้จำนวนคนเข้าถึงได้ 1,300-3300 คน อีกทั้งยังสามารถเลือกประเภทของกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกับความต้องการของแบรนด์ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ การศึกษา หรือประเภทความสนใจ

อย่างไรก็ตาม การซื้อโฆษณาไม่จำเป็นที่จะต้องทำกับทุก content เสมอไป แต่อาจเลือกทำสำหรับบาง content ที่ต้องการนำเสนอเป็นพิเศษก็ได้ และควรที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมหรือมีความเฉพาะเจาะจงกับแบรนด์ของเราด้วย

เงียบหาย ขาดความสม่ำเสมอ

การห่างหายไปนานๆ ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก เพราะนอกจากจะทำให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสลืมแบรนด์ของเราแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสพบเจอแบรนด์ของคู่แข่งที่มีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ฉะนั้นแล้ว การทำให้ช่องทางสื่อสารของเรามีการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยเลยทีเดียว

ทั้งนี้ การสร้างความสม่ำเสมอไม่ใช่การทำอะไรที่ถี่จนเกินไป แต่ควรมีความเหมาะสมด้วย โดยอาจจะวางแผนเพื่อกำหนดปริมาณ content ที่จะนำเสนอต่อเดือน และใช้การนำเสนอ content เบาๆ ที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น content ที่เป็นการทักทาย แชร์ไอเดีย ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ควบคู่กับไปด้วยก็ได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ได้นำเสนอมานั้น เป็นเพียงพื้นฐานส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังคงมีส่วนประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยงข้องอีกมากมาย ซึ่งรวมไปถึงเทรนด์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปด้วย ผู้ทำ content จึงควรเรียนรู้ วิเคราะห์ และปรับตัวอยู่ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน

 

สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวของธุรกิจ หรือการเริ่มต้นธุรกิจ รวมไปถึงเรื่องราวของเทรนใหม่ๆ ในโซเชียลมีเดีย ก็สามารถติดตามบทความต่างๆ ของเราเพิ่มเติมได้ที่  Facebook  หรือ  twitter

เรายินดีเสมอที่จะเสิร์ฟเรื่องราวที่น่าสนใจ ส่งตรงถึงหน้าจอคุณ

 

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

7 + thirteen =