7 วิธีเบสิค ที่จะนำพาให้ธุรกิจเหนือกว่าคู่แข่ง

 In Startups & SME

การมี คู่แข่ง นับเป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจ  แต่ถึงแม้ว่าคู่แข่งจะน่ากลัวสักเพียงไหน หากเตรียมความพร้อมในการรับมือ และวางแผนใช้กลยุทธ์ให้ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ ก็ทำให้เรามีโอกาสเหนือกว่า และแซงหน้าคู่แข่งได้ไม่แพ้กัน

1.สร้างจุดเด่นและความแตกต่างให้กับธุรกิจ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจของเราเหนือกว่าคู่แข่ง ก็คือการมีจุดเด่น มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งเมื่อกล่าวถึงจุดเด่นหรือเอกลักษณ์นั้นๆ แล้ว กลุ่มเป้าหมายจะต้องนึกแบรนด์ของเราได้เป็นอันดับแรกๆ อีกทั้งยังต้องสามารถนึกถึงได้ตลอดไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การวางแผนเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์นั้นเป็นสิ่งแรกของการเริ่มต้นธุรกิจเลยทีเดียว ผู้ทำธุรกิจต้องวิเคราะห์ ศึกษาตลาด เพื่อที่จะสร้างความโดดเด่นนั้นให้เกิดขึ้นให้ได้

2.วิเคราะห์คู่แข่ง พร้อมหลีกเหลี่ยงการเลียนแบบในสิ่งที่คู่แข่งเคยทำ

เมื่อมีคู่แข่ง ก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาคู่แข่ง เพื่อให้เกิดการรู้เขารู้เรา และถึงแม้ว่ากลยุทธ์ต่างๆ ที่คู่แข่งงัดออกมาใช้นั้นจะประสบความสำเร็จ  หรือสามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลายสักแค่ไหน เราก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเลียนแบบ หรือนำมาใช้ตาม เพราะถึงอย่างไร แบรนด์ที่กลุ่มเป้าหมายได้จดจำและเชื่อมั่นไปก่อนแล้วก็คือแบรนด์ของคู่แข่ง ไม่ใช่แบรนด์เรา ฉะนั้นจึงควรเป็นตัวของตัวเอง กำหนดกลยุทธ์ที่แตกต่างและน่าสนใจออกมาต่อสู้ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายจำที่เราเป็นเรา และเชื่อมั่นในแบรนด์ของเราจะดีเสียยิ่งกว่า

3.ใช้การตลาดออนไลน์ให้เกิดประโยชน์

ในยุคที่ผู้คนจำนวนมากต่างใช้งานอินเทอร์เน็ตและพึ่งพาเทคโนโลยี การทำการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing นั้นเป็นอะไรที่ก่อประโยชน์และมีความจำเป็นไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งหากเราเห็นความสำคัญและเริ่มต้นที่จะใช้มันเสียแต่เนิ่นๆ โอกาสที่ธุรกิจของเราจะเป็นต่อคู่แข่งก็ย่อมมีมาก เพราะไม่เพียงแต่การตลาดออนไลน์ จะเป็นช่องทางกระจายการรับรู้เกี่ยวกับธุรกิจเราไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และวัดผลได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

4.ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในปัจจุบัน

เมื่อวันเวลาผ่านไป ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายย่อมมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ซึ่งหากเราหยุดอยู่กับที่ ไม่ทำอะไรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นเลย กลุ่มเป้าหมายก็อาจจะเบนเข็มไปหาคู่แข่งได้ง่ายๆ

ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำอยู่เสมอก็คือการไม่หยุดยั้งที่จะคิด วางแผน เพื่อพัฒนาสินค้าหรือบริการของเราให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ได้ โดยทั้งนี้อาจจะเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าหรือบริการตัวใหม่ การปรับเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าหรือบริการตัวเดิมที่มีอยู่ให้ดี และโดนใจกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น เป็นต้น

5.สร้างความสะดวกให้กลุ่มเป้าหมาย ด้วยช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย

การให้ความสำคัญกับช่องทางการจัดจำหน่ายก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายและการแซงหน้าคู่แข่งได้ไม่น้อย ดังนั้น หากเรามีสินค้าที่ดีอยู่ในมือแล้ว ก็ควรทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสินค้าของเราได้ง่ายขึ้น หรือทำให้พวกเขารู้สึกสะดวกสบายที่จะหาซื้อสินค้าของเราด้วย เช่น การเพิ่มช่องทางการสั่งซื้อจากช่องทางออนไลน์ หรือเพิ่มช่องทางโดยการคำนึงถึงความเหมาะสมและงบประมาณที่มีอยู่ เป็นต้น

6.ให้ความสำคัญกับงานบริการอย่างเท่าเทียมกับการพัฒนาสินค้า

การให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และทำให้กลุ่มเป้าหมายสัมผัสได้ถึงความจริงใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญ หากสามารถทำได้ดีไม่แพ้คุณภาพของสินค้า ก็ย่อมรักษากลุ่มเป้าหมายเอาไว้ได้

7.รู้จักใช้กิจกรรมทางการตลาด และสร้างความรู้สึกดีๆให้เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย

นอกไปจากการพัฒนาสินค้าและให้ความสำคัญกับงานบริการแล้ว เราก็ยังสามารถสร้างความสนใจให้กับธุรกิจของเราได้ด้วยการจัดกิจกรรมร่วมสนุก เพื่อมอบของรางวัลและสร้างความใกล้ชิด จัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม  รวมถึงยังแสดงออกถึงความจริงใจและใส่ใจในกลุ่มเป้าหมายที่ภักดีต่อแบรนด์ ด้วยการมอบสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ในโอกาสสำคัญๆ แก่พวกเขา เพื่อให้พวกเขาเต็มใจที่จะเป็นลูกค้าของเราต่อไปนั่นเอง

 

 สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวของธุรกิจ หรือการเริ่มต้นธุรกิจ รวมไปถึงเรื่องราวของเทรนใหม่ๆ ในโซเชียลมีเดีย ก็สามารถติดตามบทความต่างๆ ของเราเพิ่มเติมได้ที่  Facebook  หรือ  twitter

เรายินดีเสมอที่จะเสิร์ฟเรื่องราวที่น่าสนใจ ส่งตรงถึงหน้าจอคุณ

 

Recommended Posts

Leave a Comment

17 + twelve =