3 วิธี Reuse Content กลับมาใช้ใหม่ ใน Facebook ชุบชีวิตคอนเทนต์เกิดใหม่อีกครั้ง

 In Digital Marketing, Facebook, Social Media

Reuse Content นับว่าเป็นการชุบชีวิตคอนเทนต์ขึ้นมาใหม่ ช่วยปัดฝุ่นคอนเทนต์เก่าที่ยังมีคุณค่า แถมยังเราไม่ต้องเหนื่อยมากเท่ากับการเขียนคอนเทนต์ขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะการทำคอนเทนต์บน Facebook ซึ่งมักจะมีหลักการที่ต่างกัน กับการเขียนคอนเทนต์บทความลงเว็บไซต์ ดังนั้นการียูสคอนเทนต์มาเป็นรูปแบบต่างๆ ใน Facebook จะช่วยเราเพิ่ม Engage จากคอนเทนต์เติมที่มีอยู่ได้

ทำไมต้อง Reuse Content ?

ในทุกๆ คอนเทนต์ที่เราทำออกไป ใช่ว่าทุกคน หรือกลุ่มเป้าหมายของเราจะเห็นทั้งหมด โดยหลักการทั่วไปแล้ว Content ที่ดีควรจะลงในเว็บไซต์ เพื่อให้เกิด Traffic เข้ามายังเว็บไซต์ ทำให้เรานำข้อมูลจาก Traffic ที่เข้าเว็บ มาทำอย่างอื่นได้ เช่นการทำ Remarketing ทั้งบน Social Media และใน Google Adwords

การรียูสคอนเทนต์ จะช่วยให้เข้าถึงคนจำนวนมากขึ้นในเรื่องเดิม แต่อาจจะเปลี่ยนแหล่งเผยแพร่คอนเทนต์ เช่นปรับจากการเขียนบทความเป็นเขียนบน Social Media และการ Reuse Content ในที่นี้ ไม่ใช่เพียงแค่ Copy & Paste เท่านั้น แต่ต้องเป็นการทำให้พัฒนา ทำให้ดีกว่าเดิม เพียงแต่ใช้คอนเทนต์ที่มีอยู่แล้วนั่นเอง

3 วิธี Reuse Content เพื่อนำมาแชร์ใน Facebook

Rewrite รีไรต์ นำกลับมาเขียนใหม่ ให้เข้ากับปัจจุบัน

reuse content

สำหรับบางคอนเทนต์หรือบางบทความ เมื่อระยะเวลาผ่านไป ย่อมมีความล้าสมัยไปบ้าง แต่ถ้าเราได้ปัดฝุ่น ได้หยิบจับใจความสำคัญ จับแนวคิดของคอนเทนต์นั้นมารีไรต์ใหม่ ให้เข้ากับยุคสมัยได้ รวมไปถึงการหาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากขึ้น ทำให้คอนเทนต์หรือบทความที่รีไรต์ เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง

แต่แค่ รีไรต์ใหม่อาจยังไม่พอ ลองใช้คีย์เวิร์ดที่แตกต่างจากเดิม ก็เท่ากับว่าเป็นการผลิตคอนเทนต์ใหม่ขึ้นมาก พร้อมยังได้ทำ SEO จากนั้นจึงค่อยแชร์บทความที่รีไรต์ลงสู่ Facebook ได้เลย

Redesign ลองใช้ภาพ ทำ Content ช่วยทำให้น่าสนใจมากขึ้น

reuse content

การใช้รูปภาพเป็นสื่อ ทำให้คอนเทนต์ของคุณดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น สามารถแชร์ได้ง่าย เพราะรูปนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตามากกว่าตัวหนังสือ ดังนั้นหลักของการใช้ภาพทำคอนเทนต์มีดังนี้

  • ภาพต้องสวย ดึงดูด และเกี่ยวข้องกับบทความที่จะนำมารียูส
  • ควรใส่ตัวอักษรลงในภาพ แต่ไม่ควรใส่จนใหญ่มาก ใส่แค่พอให้เห็น อ่านได้ หรือแบ่งเป็นหัวข้อ
  • ใส่แคปชันของแต่ละรูปภาพให้เรียบร้อย และจัดบรรทัดเว้นช่องไฟให้อ่านง่าย
  • อย่าลืมใส่ลิงก์ URL มายังเว็บไซต์ของตัวเองด้วย
  • อาจทำเป็น Infographic ช่วยทำให้ข้อมูลที่อ่านยาก กลับกลายเป็นดูง่าย

หลายคนอาจมีคำถามที่ว่า ทำไมต้องใส่ลิงก์ให้ย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ตลอด แนะนำว่าให้อ่านบทความ “Organic Reach บน Facebook ตายแล้ว? แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดี” จะช่วยทำให้เห็นเหตุผลมากยิ่งขึ้น

ลองวิดีโอดูก็ไม่เสียหาย

reuse content

สำหรับการทำคอนเทนต์รูปแบบวิดีโอ จะมีขั้นตอนในการทำสคริปต์ สตอรี่บอร์ด และการตัดต่อ ซึ่งการทำงานในรูปแบบบริษัท อาจไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงสักเท่าไรนัก เนื่องจากมีทรัพยากรทั้งด้านสมอง แรงงาน อุปกรณ์อย่างครบครัน แต่ถ้าหากต้องทำคอนเทนต์วิดีโอเพียงคนเดียวแล้ว การทำวิดีโอสักคลิป อาจเป็นเรื่องที่ดูยาก แต่ลองวดีโอขั้นต้นง่ายๆ ก่อนก็ได้ เช่นการทำเป็นรูปแบบ Slides เลือกคอนเทนต์ที่สามารถทำได้ง่ายๆ หัวข้อสั้นๆ ไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดให้มากมายนัก และควรเป็นคลิปสั้นๆ ไม่ควรยาวมาก เพราะอาจทำให้คนเบื่อได้

เนื่องจากการทำคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอนั้น Facebook ค่อนข้างให้ความสำคัญมากกว่าการโพสต์ลิงก์ ข้อความ และรูปภาพ ทำให้ยอดวิวและ Engagement ตอบรับค่อนข้างดี

ถึงแม้เราจะทำการรียูสคอนเทนต์บน Facebook อาจดูซ้ำๆ แต่การเผยแพร่ในแต่ละครั้งใช่ว่าทุกคนจะเห็นหมดทุกครั้ง อาจเว้นช่วงเวลาในการโพสต์คอนเทนต์ให้ห่างออกไปก็ช่วยได้ไม่น้อย อย่างน้อยมีคอนเทนต์ลง Facebook บ้าง ดีกว่าปล่อยทิ้งให้หน้าวอลล์โล่งๆ ไม่มีอะไรเลย จริงไหม?

ติดตามบทความและสาระดีๆ จาก Digitalmarketing Wow พร้อมเสิร์ฟถึงมือคุณได้ที่ FacebookTwitter และ Line @marketingwow

Recommended Posts

Leave a Comment

8 − four =