วิธีเอาชนะคู่แข่งด้วย Content Marketing อันทรงพลัง!

 In Digital Marketing, Social Media, Startups & SME, Update

การแข่งขันในตลาดออนไลน์ที่ดุเดือดและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ! ทำยังไงธุรกิจของเราถึงจะก้าวนำหน้าและเอาชนะคู่แข่ง? Content Marketing คืออาวุธของคุณ

ในโลกของการตลาดออนไลน์การแข่งขันถือว่านับกันเป็นรายชั่วโมง เพื่อให้อยู่รอดธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องมีสิ่งที่ทำให้ชื่อของตัวเองเป็นที่จดจำ และนี่คือ 4 แนวทางที่คุณสามารถใช้พลังของคอนเท้นท์ในการดันตัวเองให้ขึ้นไปนำคู่แข่ง

1. ทำรีเสิร์ชข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

มีหลายทางมากที่คุณสามารถทำได้เพื่อจับตาดูคู่แข่ง เริ่มจากการกด follow พวกเขาผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย สมัครรับข่าวสารจากเว็บไซต์ของพวกเขา หรือเซ็ต Google Alerts เพื่อจับตาดูว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ ทุกๆแผนการตลาดคอนเท้นท์ที่ประสบความสำเร็จเริ่มมาจากความขยันในการติดตามข่าวสาร

คุณสามารถลองเข้าไปดูว่าคอนเท้นท์ชนิดไหนดีสำหรับการทำ slal-in-one SEO suite ได้ที่ Ahrefs

Ahrefs ดีในการใช้เพื่อขุดลงไปดูข้อมูลของเว็บคู่แข่งและหาคอนเท้นท์ที่มีประสิทธิภาพโดยการวิเคราะห์จากเว็บไซต์และการดูโซเชียลเมตริก:

  • คอนเท้นท์ที่มีลิงก์มากที่สุด
  • คอนเท้นท์ที่ดึงดูดให้มีการฝากลิงก์มากที่สุด
  • คอนเท้นท์ที่มีจำนวนการแชร์ข้ามสื่อโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมากที่สุด

การแตกรายละเอียดค่าเมตริกต่างๆของคู่แข่งออกมาดู จะช่วยให้คุณมีไอเดียที่ดียิ่งขึ้นในการดูว่าอะไรที่คนอ่านและผู้บริโภคในธุรกิจของคุณสนใจ เพื่อที่คุณจะได้สร้างคอนเท้นท์เกี่ยวกับสิ่งนั้นๆที่เป็นของคุณเอง ข้อสำคัญที่สุดคือ อย่าลอกเลียนแบบคอนเท้นท์ของคู่แข่งแต่ให้สร้างขึ้นมาตามแบบฉบับของคุณเอง

2. แสดงความเป็นแบรนด์และตัวตนของแบรนด์คุณให้ชัดเจน

สิ่งที่ทำให้แบรนด์ของคุณแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆคืออะไร อะไรคือจุดยืนจริงๆของบริษัทคุณ บางทีสิ่งที่ทำให้ธุรกิจของคุณแตกต่างไปจากคู่แข่งก็คือ การบอกให้ชัดเจนว่าตัวตนของแบรนดืคุณคืออะไร

Nike คือหนึ่งในตัวอย่างของแบรนด์ที่มีจุดยืนและแสดงตัวตนของตัวเองชัดเจน อย่างการเป็นผู้สนับสนุนทางด้านการแข่งขันกีฬา และการสนับสนุนนักกิฬาอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมบนสื่อโซเชี่ยลของ Nike ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันและการแสดงออกถึงศักยภาพของตัวเอง

ในท้ายที่สุดแล้วตัวตนของแบรนด์และลักษณะของแบรนด์คือสิ่งที่จะทำให้ดูเข้าถึงได้และจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผู้คนส่วนใหญ่อยากรู้ในสิ่งที่นอกเหนือไปจากสินค้าและบริการของคุณ

ก่อนที่คุณจะสร้างสรรค์ผลงานออกไป สิ่งที่คุณต้องถามตัวเองก่อนก็คือ:

  • คอนเท้นท์ที่คุณจะสร้างอ่านแล้วให้ความรู้สึกอย่างไร?
  • โทนอารมณ์ของคอนเท้นท์เป็นไปในทิศทางไหน สบายๆ เน้นข้อมูล ตลกขบขันหรือทำให้คล้อยตาม
  • อารมณ์และปฏิกิริยาแบบไหนที่คุณอยากได้จากคนอ่าน

เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการสื่อไปยังลูกค้า สิ่งที่คุณควรทำคือการแสดงออกถืงความหนักแน่นและมั่นคง หากคุณเปลี่ยนโทนอารมณ์ของคอนเท้นท์ การวางตำแหน่งต่างๆหรือลักษณะของคอนเท้นท์ ก็จะเป็นเรื่องยากในการหาลักษณะจริงๆของแบรนด์

3. กระตุ้นให้ผู้ใช้งานมีส่วนรวมกับคอนเท้นท์

User-generated content (UGC) หรือคอนเท้นท์ที่ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมกับเนื้อหานั้น จากผลการสำรวจของ consumers survey โดย Offerpop กล่าวว่า คอนเท้นท์ที่ลูกค้าเป็นคนสร้างหรือมีส่วนร่วมจะนำพวกเขาไปสู่กระบวนการตัดสินใจที่จะซื้อ

ตัวอย่างเว็บไซต์ Calvin Klein ที่สนับสนุนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมด้วยการถ่ายรูปขณะสวมใส่เสื้อผ้าของ Calvin Klein แล้วอัพโหลดลงโซเขี่ยลมีเดีย โดยการใส่ hashtag #MyCalvin และรูปที่ดีที่สุดจะได้รับการโปรโมทบนหน้าเว็บไซต์หลักของ Calvin Klein

ความดีงามของแคมเปญนี้ คือ การเชื่อมลูกค้าทุกกลุ่มเข้าไว้ด้วยกันด้วยแบรนด์ ตั้งแต่ลูกค้าเซเลปไปจนถึงลูกค้าทั่วไป

UGC คือวิธีการที่ดีในการสร้างสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณก้าวนำคู่แข่ง อย่างความน่าเชื่อถือ ซึ่งมาจากการที่เห็นคนอื่นๆใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์เดียวกันผ่านสื่อโซเชี่ยล เพราะเพียงแค่รูปหรือคอมเม้นท์ในเชิงบวกก็อาจจะมีค่าต่อการขยายกลุ่มลูกค้ามากกว่าการทำคอนเท้นท์มาร์เก็ตติ้งในแบบอื่นๆ

4. ใช้เนื้อหาแบบที่ลูกค้าสามารถโต้ตอบด้วยได้

อินเตอร์เน็ตที่เต็มไปด้วยคอนเท้นท์ ในหลายๆครั้งคอนเท้นท์หนึ่งก็อาจจะถูกลืมทันทีที่อ่านจบ ซึ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อการทำแบรนดิ้ง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสร้างเครื่องมือที่คนอ่านต้องมีส่วนร่วมและต้องจดจ่ออยู่กับมัน จะช่วยสร้างโอกาสที่คนอ่านจะเห็นเนื้อหานั้นตั้งแต่ต้นจนจบไปพร้อมๆกับการโต้ตอบกับเนื้อหา ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจได้ดีกว่า

Interactive content คือวิธีการที่ดีในการทำให้เกิดผลข้างต้น จากการสำรวจของ Demand Metric กว่า 70% ของนักการตลาดแชร์ความคิดเห็นที่ว่า Interactive content คือเครื่องมือที่ดีในการช่วยให้คนซื้อมีส่วนร่วมกับเนื้อหา

นอกจากนี้ Interactive content ยังมีรูปแบบและเครื่องมือที่หลากหลายในการดึงความสนใจจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์แมต ควิซ โพล และแบบสำรวจ ตัวอย่างเช่น Buzzfeed ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะแก่การสร้างควิซที่น่าสนใจ โดยควิซเหล่านั้นมักจะใช้เวลาไม่มากในการทำและดูน่าแชร์ต่อในโลกโซเชี่ยล และด้วยรูปแบบการสร้างควิซที่มีทั้งแบบสบายๆและดูจริงจัง Buzzfeed จึงเป็นตัววอย่างที่ดีสำหรับเป็นแนวทางในการใช้ Interactive content ในการทำการตลาด

Interactive content คือ แพลตฟอร์มที่องค์กรไม่ควรมองข้าม บางทีประโยชน์ที่ดีที่สุดคือ เราสามารถใช้ข้อมูลเพื่อสร้างคอนเท้นท์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและดึงอารมณ์ร่วมของลูกค้าออกมาล่วงหน้าได้

สิ่งที่สำคัญคือ คุณควรมอง content marketing ให้เป็นเหมือนเครื่องมือและกลยุทธ์ในการสร้างคอนเท้นท์ที่ลูกค้าสนใจคือตั๋วที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จและก้าวขึ้นไปนำหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

Cr. jeffbullas.com, buzzfeed.com, facebook.com/nike, ignitevisibility.com

สามารถติดตามเรื่องราวมาร์เก็ตติ้งโดนๆหรือข่าวสารความเคลื่อนไหวของ เราได้ทั้ง facebook และ twitter

Recommended Posts

Leave a Comment

sixteen + six =